วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

พืชศึกษาถั่วพู โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม

ฝักถั่วพู

ดอกถั่วพู

ใบถั่วพู

 ชื่อสามัญ      Winged Bean     
                           ชื่อวิทยาศาสตร์   Psophocarpus tetragonolobus Linn.   
                                          วงศ์  :     ZINGIBERACEAE


คุณค่าทางอาหาร 
ประการที่หนึ่ง ใช้เป็นอาหารได้แทบทุกส่วนของต้นตั้งแต่ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอก ฝักอ่อน เมล็ด และหัวใต้ดิน โดยส่วนหัวใต้ดินมีปริมาณโปรตีนร้อยละ 20-30 ส่วนของเมล็ดมีโปรตีนร้อยละ 40 ของน้ำหนักแห้ง สำหรับการบริโภคหัวถั่วพูนั้นเป็นที่นิยมในประเทศเพื่อนบ้านโดยนำมาต้มรับประทานคล้ายหัวมัน นักโภชนาการของไทยทดลองนำหัวถั่วพูมาแปรรูปเป็นแป้งสำหรับประกอบอาหารต่างๆ ได้ดี และเมื่อนำมาผสม กับแป้งจากมันสำปะหลังทำให้มันอัดเม็ดปราศจากฝุ่นและอยู่ตัวดีขึ้น นำไปเชื่อมเป็นขนมหวานแบบมันเทศก็ได้รวมทั้งนำมาฝานเป็นแผ่นบางๆ ทอดกรอบแบบมันฝรั่งก็เป็นอาหารขบเคี้ยวที่อุดมด้วยโปรตีน



ประการที่สอง นำเมล็ดแก่มาสกัดเป็นน้ำมันพืชปรุงอาหารได้ โดยมีปริมาณน้ำมันร้อยละ 16-18 น้ำมันที่ได้จากถั่วพูมีคุณลักษณะทางเคมีและฟิสิกส์ใกล้เคียงกับน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ อุดมด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น กรดโอเลอิก ร้อยละ 39 และ กรดลิโนเลอิก ร้อยละ 27 ซึ่งไม่ทำให้เกิดคลอเรสเตอรอลใน เส้นเลือด นอกจากนั้นในเมล็ดถั่วพูมีสาร Tocopherol (โทโคฟีรอล) ปริมาณสูง สารนี้มีผลทำให้น้ำมันมีรสหวานและอยู่ตัว รวมทั้งมี  คุณสมบัติเป็นแอนติออกซิแด็นท์ (antioxidant) ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ร่างกายได้

ประการที่สาม ใช้เป็นอาหารสัตว์ ทั้งในรูปของใบอ่อน เถาแห้ง
เปลือกฝัก หัวใต้ดิน และกากเมล็ดที่สกัดเอาน้ำมันออกแล้ว จากการวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารพบว่าต้นถั่วพูสดมีปริมาณโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่สูง เจริญเติบโตง่ายและรวดเร็ว จึงเหมาะที่จะปลูกเป็น
แปลงใหญ่แล้วปล่อยสัตว์เข้าไปแทะเล็มเองเหมือนทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ทั่วไป สัตว์จะได้คุณค่าอาหารมากกว่ากินหญ้า ส่งเสริมให้สัตว์มีอัตราการเจริญเติบโตดี


การปลูกและการรักษา
ถั่วพูเป็นพืชที่เจริญเติบโตเร็ว แต่เนื่องจากเป็นพืชวันสั้นต้องการช่วงกลางคืนที่ยาวจึงจะออกดอกและติดฝักได้ดีในฤดูหนาวที่มืดไว ดังนั้นจึงควรปลูกถั่วพูในปลายฤดูฝน เพื่อให้ต้นถั่วพูเจริญเติบโต
เต็มที่พร้อมที่จะออกดอกในฤดูหนาว ซึ่งดอกออกมากและฝักดก

กรรมวิธีการปลูกไม่ยุ่งยากแต่อย่างไร เริ่มจากการเตรียมดิน โดยสับย่อยดินในแปลงปลูกพร้อมกับเคล้าปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกลงไปด้วยในอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ เตรียมระยะห่างระหว่างแถวปลูก 120 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้น 60 เซนติเมตร ขุดหลุมลึก 4-5 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 3-12-12 หรือ 9-24-24 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ กลบดินบาง ๆ แล้วหยอดเมล็ดถั่วพูที่แช่น้ำให้เปลือกพองมาแล้วหนึ่งคืนลงไปหลุมละ 2-3 เมล็ด กลบดินบางๆ กันสัตว์มาคุ้ยเขี่ย ต้นถั่วพูเจริญเติบโตช้าในระยะเดือนแรกจึงต้องหมั่นรดน้ำทุกวันเมื่อต้นเริ่มมีใบแท้ถอนต้นอ่อนแอทิ้งให้เหลือเพียงหลุมละหนึ่งต้น ผ่านไป 6-8 สัปดาห์ ถั่วพูจะเริ่มเลื้อยจึงต้องทำค้างให้เถาเลื้อยขึ้นไป โดยทำค้างให้สูงประมาณ 2-3 เมตรอันจะส่งผลให้ติดฝักมากกว่าที่จะปล่อยเถาเลื้อยไปตามพื้นดิน เมื่อต้นแข็งแรงดีแล้วการรดน้ำอาจทำวันเว้นวันก็ได้ปัญหาเรื่องโรคและแมลงที่ทำลายถั่วพูก็มีไม่มากนัก อาจพบปัญหาการระบาดของเพลี้ยอ่อนดูดน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนและฝัก ป้องกันและกำจัดด้วยการฉีดพ่นน้ำหมักจากเปลือกสะเดาทุก 7 วัน เป็นการหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีเพื่อความปลอดภัยต่อผู้ปลูกและผู้บริโภค
หลังปลูกแล้วประมาณ 10-12 สัปดาห์ ถั่วพูจะเริ่มออกดอก หลังผสมเกสรแล้ว 2 สัปดาห์ สามารถเก็บฝักอ่อนไปบริโภคได้ หากต้องการเก็บฝักแก่ ต้องรอให้ฝักเจริญเติบโตเต็มที่จนเปลือกฝักเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลจึงเก็บฝักมาแกะเอาเมล็ดไปใช้บริโภคหรือเก็บไว้ทำพันธุ์ต่อไปได้



ประโยชน์
ใช้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพร ในตำรายาสมุนไพรกล่าวว่าใช้เมล็ดแก่ของถั่วพู ตากแห้งแล้วบดเป็นผง ละลายน้ำครั้งละ 5-6 กรัม รับประทานวันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร ช่วยบำรุงร่างกาย ส่วนของหัวใต้ดินเผาหรือนึ่ง รับประทานช่วยบำรุงกำลัง รากใช้ประกอบสมุนไพรและน้ำดอกไม้ เป็นยาแก้โรคหัวใจและชูกำลัง

ใช้เป็นพืชบำรุงดิน เนื่องจากปมรากของถั่วพูเป็นที่อาศัยของเชื้อไรโซเบียมที่มีคุณสมบัติในการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ การปลูกถั่วพูจึงเป็นการเพิ่มไนโตรเจนแก่ดิน และหากไถกลบต้นถั่วพูหลังการเก็บผลผลิตแล้วจะกลายเป็นปุ๋ยพืชสดที่อุดมคุณค่ายิ่ง


วิธีทำยำถั่วพูที่มีรสชาติกลมกล่อม 
เครื่องปรุง
ถั่วพู 150 กรัม
หมูสับ 100 กรัม
กะทิ ½ ถ้วย
หัวหอมแดง 3 หัว
กระเทียม 3 กลีบ
พริกแห้งเม็ดใหญ่ 2 เม็ด
น้ำมะนาว 1 ½ ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ½  ช้อนชา
กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงคั่วทุบ ¼ ถ้วย

วิธีทำ 
1. ล้างถั่วพูให้สะอาด ตัดหัวตัดท้ายแล้วซอยเป็นชิ้นเล็กๆ
2.ปลอกเปลือกกระเทียมและหัวหอมแดง ล้างน้ำให้สะอาด หั่นกระเทียมเป็นชิ้นเล็กๆ ส่วนหัวหอมแดงแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกซอยบางๆ เตรียมไว้เจียว ส่วนที่ 2 หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
3. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะ นำกระเทียมและหัวหอมแดงที่หั่นเป็นชิ้นไว้แล้วมาคั่วซักพักให้หอมจึงตักขึ้นพักไว้ ส่วนหัวหอมแดงอีกครึ่งหนึ่งที่ซอยไว้ ให้นำไปเจียวจนเหลืองกรอบแล้วนำขึ้นมาพักไว้บนกระดาษซับน้ำมัน
4. หั่นพริกแห้งเป็นท่อน เอาเม็ดออกแล้วนำไปโขลกรวมกับกระเทียมและหัวหอมแดงที่คั่วไว้จนแหลก
5. นำเครื่องปรุงต่างๆ คือ น้ำมะนาว ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) และน้ำตาลทราย มาผสมรวมกันในถ้วยผสม ชิมรสตามชอบ เอากะทิเข้าไมโครเวฟประมาณ 2 นาที
6. เปิดเตาที่ไฟแรง ใส่น้ำเปล่าลงไปในหม้อประมาณ 3 ถ้วย ต้มให้เดือด เมื่อน้ำเดือดแล้วให้นำถั่วพูที่ซอยไว้ลงไปลวก รอจนน้ำเดือดอีกครั้งก็ยกลง เทน้ำออก ราดด้วยน้ำเย็นจัดเพื่อให้ถั่วพูยังดูเขียวอยู่
7. ใส่น้ำเปล่าลงไปในหม้อประมาณ ¼ ถ้วย เอาหมูสับลงไปรวน พอหมูใกล้สุกให้ใส่กุ้งแห้งลงไปด้วย คนจนหมูสุกก็เทน้ำที่รวนหมูทิ้งไปให้หมด
8. นำถั่วพู เครื่องที่โขลกเตรียมไว้ กะทิประมาณ ¼ ถ้วย น้ำปรุงรสและถั่วลิสงทุบใส่ลงไปในชามผสมที่มีหมูสับและกุ้งแห้งอยู่ คนให้เข้ากัน
9. ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยหัวกะทิที่เหลือและหัวหอมเจียว จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ